การเริ่มต้นธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้มีต้นทุนสูงเหมือนในอดีต แต่หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังตัดสินใจพลาดคือเรื่องออฟฟิศ หลายธุรกิจรีบเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ขณะที่บางธุรกิจพยายามประหยัดจนเลือกพื้นที่ที่ไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง ส่งผลให้ต้องย้ายออฟฟิศใหม่ภายในเวลาไม่นาน สำหรับธุรกิจขนาดเล็กการเลือกออฟฟิศไม่ใช่เรื่องของความหรูหราหรือขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวแต่คือการเลือกพื้นที่ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้โดยไม่สร้างภาระต้นทุนเกินความจำเป็น ปัจจุบันมีตัวเลือกออฟฟิศหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ SME โดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและความเหมาะสมแตกต่างกันออกไป
ธุรกิจเล็ก (SME) คืออะไร?
SME หรือ Small and Medium Enterprise คือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีจำนวนพนักงานและรายได้อยู่ในระดับที่ยังไม่ใหญ่เทียบเท่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรืออยู่ในระยะขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยี เอเจนซี ร้านค้าออนไลน์ บริษัทที่ปรึกษา หรือธุรกิจบริการต่าง ๆ จุดร่วมสำคัญของธุรกิจกลุ่มนี้คือการต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้มากที่สุด ทำให้การเลือกออฟฟิศกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่มีผลต่อการเติบโตของธุรกิจโดยตรง
ความสำคัญของการเลือกออฟฟิศสำหรับธุรกิจเล็ก
ออฟฟิศไม่ใช่เพียงสถานที่ทำงานแต่เป็นต้นทุนคงที่ที่ธุรกิจต้องจ่ายทุกเดือนและเป็นภาพลักษณ์แรกที่ลูกค้าเห็นเมื่อเข้ามาติดต่อบริษัท หากเลือกออฟฟิศที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป อาจกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ แต่หากเลือกพื้นที่ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่เหมาะกับการทำงาน ก็อาจส่งผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าและประสิทธิภาพของทีมงานในระยะยาว ธุรกิจขนาดเล็กจึงควรให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น และความสามารถในการขยายพื้นที่ได้ในอนาคตมากกว่าการเลือกออฟฟิศจากภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว
ประเภทของห้องออฟฟิศให้เช่า
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น Serviced Office และ Private Office มักเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุดเพราะสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีและมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามรูปแบบออฟฟิศที่เหมาะสมที่สุดจะขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน ลักษณะการทำงาน งบประมาณ และเป้าหมายของธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา ปัจจุบันรูปแบบออฟฟิศที่ได้รับความนิยมสามารถแบ่งออกได้เป็น Serviced Office, Private Office, Virtual Office และ Coworking Space ซึ่งแต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน
1. Serviced Office
Serviced Office เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับ SME มากที่สุดในช่วงเริ่มต้นธุรกิจเพราะเป็นออฟฟิศที่มีทุกอย่างพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ อินเทอร์เน็ต ห้องประชุม พนักงานต้อนรับ ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการสนับสนุนอื่น ๆ ผู้เช่าไม่จำเป็นต้องลงทุนตกแต่งสำนักงานหรือซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนเริ่มต้นได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถขยายหรือปรับลดขนาดพื้นที่ได้ตามจำนวนพนักงานที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเหมาะอย่างมากกับธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต
2. Private Office
Private Office เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการทำงานและมีทีมงานประจำที่เข้ามาใช้งานออฟฟิศทุกวัน รูปแบบนี้จะเป็นพื้นที่สำนักงานเฉพาะของบริษัท ไม่ต้องใช้พื้นที่ทำงานร่วมกับผู้อื่น จึงเหมาะกับธุรกิจที่มีข้อมูลสำคัญ มีการประชุมภายในบ่อย หรือจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศการทำงานเฉพาะตัว แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า Coworking Space แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวและความเป็นมืออาชีพที่มากขึ้น
3. Virtual Office
Virtual Office เหมาะสำหรับธุรกิจที่ยังไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานจริงแต่ต้องการที่อยู่สำหรับจดทะเบียนบริษัทและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ผู้ประกอบการสามารถใช้ที่อยู่ของอาคารสำนักงานเป็นที่อยู่บริษัท ใช้บริการรับจดหมาย รับพัสดุ หรือใช้ห้องประชุมเป็นครั้งคราวได้โดยไม่ต้องเช่าพื้นที่ทำงานจริง ทำให้มีต้นทุนต่ำที่สุดในบรรดารูปแบบออฟฟิศทั้งหมด เหมาะสำหรับธุรกิจออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบการที่ทำงานจากที่บ้านเป็นหลัก
4. Coworking Space
Coworking Space เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายบุคคลฟรีแลนซ์หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่ทำงานในงบประมาณที่ประหยัดที่สุด จุดเด่นคือสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผูกพันกับสัญญาระยะยาว อีกทั้งยังมีโอกาสพบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามข้อจำกัดคือเรื่องความเป็นส่วนตัวและพื้นที่จัดเก็บเอกสารหรืออุปกรณ์ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีทีมงานหลายคนหรือมีการประชุมลูกค้าเป็นประจำ
ปัจจัยที่ต้องใช้ในการเลือกเช่า
การเลือกออฟฟิศสำหรับธุรกิจขนาดเล็กควรพิจารณาจากรูปแบบการทำงานจริงมากกว่าการเลือกตามกระแสหรือภาพลักษณ์ของอาคาร โดยควรมองทั้งจำนวนพนักงาน งบประมาณ ความสะดวกในการเดินทาง ความสามารถในการขยายพื้นที่ในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นหลังเข้าใช้งาน เพราะออฟฟิศที่ดูมีค่าเช่าถูกในวันแรก อาจมีต้นทุนเพิ่มเติมจากการตกแต่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าบริหารจัดการที่สูงกว่าที่คาดไว้ การเลือกออฟฟิศที่รวมบริการต่าง ๆ ไว้แล้วจึงมักช่วยให้ SME ควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่าในระยะยาว
สรุปข้อคิดเห็นจาก Launchpad
จากประสบการณ์ของ Launchpad เราพบว่าธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวเพราะเลือกออฟฟิศที่เล็กเกินไป แต่ล้มเหลวเพราะลงทุนกับออฟฟิศมากเกินความจำเป็นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ธุรกิจควรเลือกออฟฟิศที่สอดคล้องกับขนาดทีมในปัจจุบันและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการเติบโตมากกว่าการเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อรองรับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง สำหรับ SME ส่วนใหญ่ Serviced Office ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุลที่สุด เพราะช่วยลดภาระการลงทุน ควบคุมต้นทุนได้ง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำทรัพยากรไปโฟกัสกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่